เขียนหัวข้อใหม่
 แสดงความคิดเห็น

ที่ปัดน้ำฝน สิ่งเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

| หมวดการใช้งาน | bt-50
beige (เบศ)
# โพสเมื่อ 2 ก.พ. 2556
© เนื้อหานี้ ผู้โพสคัดลอกมา และแต่งเติมเองบางส่วน ® ตอบได้เฉพาะสมาชิก
เข้าชม 3388 (1 ต่อวัน) ตอบ 3 ถูกใจ ถูกใจ 11

ที่ปัดน้ำฝน สิ่งเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

สาเหตุที่ทำให้ ที่ปัดน้ำฝนเกิดเสียงดัง

คลับ BT-50-Ranger- ที่ปัดน้ำฝน สิ่งเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม-1

         1.เกิดจากการที่ตัวยางของที่ปัดน้ำฝนกับกระจกรถมีความฝืดจึง ทำให้เกิดเสียงดัง การใช้น้ำยาเคลือบกระจกแบบทำให้น้ำฝนไม่เกาะกระจก จะยิ่งทำให้กระจกหน้าฝืดมากขึ้น ควรใช้น้ำยาเคลือบกระจก โดยเว้นบริเวณกระจกบานหน้าจะดีกว่า

         2.ยางปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพ ทำให้เนื้อยางแข็งขึ้นเกิดแรงกดระหว่างยางกับกระจกมากเกินไป ทำให้เกิดเสียงดังขึ้น ซึ่งการยกก้านที่ปัดน้ำฝนขึ้นขณะจอด โดยหวังว่าจะช่วยรักษายางปัดน้ำฝน นั้น ที่จริงมันไม่ได้ช่วยอะไรเลยนะครับ แต่กลับส่งผลให้ สปริง ที่ก้านปัดน้ำฝน เสื่อมสภาพเร็วขึ้นอีกต่างหาก ทำให้ระยะยาวของแรงสปริง ไม่แน่นพอที่จะกดก้าน ดังนั้นเมื่อเราขับเร็วๆ ก้านจะเกิดอาการลอย และปัดได้ไม่สะอาด

         การเปลี่ยนก้านปัดน้ำฝน ซึ่งการเปลี่ยนก้านปัดน้ำฝนนั้น ต้องคำนึงถึงเรื่องสภาพกระจกด้วย เหล่าผู้ผลิตยางปัดน้ำฝน ได้อธิบายไว้ว่า ยางปัดน้ำฝน ไม่ได้แนบกับผิวกระจกโดยตรง แต่วิ่งอยู่บนฟิล์มเคลือบผิว ซึ่งอาจจะมีทั้งสารหล่อลื่น และน้ำยาเคลือบผิวกระจก ดั้งนั้น หากเราอยู่ในภาวะที่มีน้ำเยอะ หรือฝนตก ทำให้เกิดฟิล์มน้ำขึ้นมาระหว่างยางปัดน้ำฝนกับกระจก หากไม่มีฟิล์ม ที่ว่ามานี้ ยางปัดน้ำฝนก็จะโดนกับผิวกระจกโดยตรง งทำให้เกิดเสียงดังขึ้น เป็นเรื่องปรกติ ซึ่งมันก็ค่อนข้างจะน่ารำคาญสำหรับผู้ขับ

         หากคุณต้องการเปลี่ยนก้านปัดน้ำฝน ก็ต้องเลือกทั้งยางและก้านที่มีขนาดและชนิดเข้ากันกับกระจกได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่แค่ความยาว เท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึง ความโค้งของกระจกด้วย ซึ่งยางและที่ปัดน้ำฝนที่ขายตามห้าง อาจไม่เป๊ะตรงกับรถของคุณ ดังนั้น ลองเปลี่ยนแต่ยางก็ได้นะ แค่เลือกประเภทของยางให้เหมาะสมกับกระจก แค่นี้ก็ได้ที่ปัดน้ำฝนราคาย่อมเยาว์แล้ว

         การดูแลที่ปัดน้ำฝน ควรทำความสะอาดยางปัดน้ำฝน กันบ้าง วิธีการก็ไม่ยาก แค่ใช้ผ้านุ่ม ชุบน้ำ แล้วบิดพอหมาด เช็ดรูดไปตามความยาวของยางใบปัด หากช่วงไหนที่ไม่ค่อยได้ใช้งานที่ปัดน้ำฝนเลย ก็ต้องทำความสะอาดด้วยทุกครั้ง ที่มีการล้างรถ สิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ไม่ควรใช้ผงซักฟอกผสมน้ำ ทำความสะอาดอย่างเด็ดขาด เพราะนอกจากจะทำให้ยางเสื่อมสภาพแล้ว ยังทำให้สีรถเสียหายได้อีกด้วย

เพียงเท่านี้เสียงดังจากที่ปัดน้ำฝน ก็จะไม่มารบกวนการขับอีกแล้ว แถมยังจะช่วยยืดอายุการใช้งานของที่ปัดน้ำฝนให้อยู่คู่กับรถของคุณอีกด้วย

ติดตาม อัพเดตข่าวสาร BT+RG คลิ้กที่นี่

สมาชิกที่เข้าชมล่าสุด

มาดูโลกหุ่นกันเถอะ ได้ทั้งขำ และความรู้  

1
noomnangrong (หนุ่ม)
# โพสเมื่อ 2 ก.พ. 2556
® ตอบได้เฉพาะสมาชิก
ตอบ ตอบ 0 ถูกใจ ถูกใจ 1
รถผมจะ 2 ขวบ แล้วยังไม่ได้เปลี่ยนเลย ติดตรงที่ ว่าจะเปลี่ยน นี่แหละน้าเบศ
akeng
# โพสเมื่อ 3 ก.พ. 2556
® ตอบได้เฉพาะสมาชิก
ตอบ ตอบ 1 ถูกใจ ถูกใจ 1
นอกจากที่ปฎิบัติตามข้างบนแล้ว

จากประสพการณ์ใช้ แชมพูสระผม(ใช้ราคาที่ไม่แพง)  ผสมลงไปในกระปุกน้ำฉีดกระจก โดยตีผสมกับน้ำที่จะเติมเข้าไปเพื่อป้องกันการเกิดการแยกตัวระหว่างน้ำกับยาสระผม น้ำยาสระผมที่ใช้ไม่มีผลเสียต่อตัวยางใบปัด

Whl (sak)
# โพสเมื่อ 4 ก.พ. 2556
ถูกใจ ถูกใจ 0
ผมก็ใช้วิธีเดียวกันครับและใช้มาตั้งแต่มีรถคันแรกเลย
1

แสดงความคิดเห็น



แสดงความคิดเห็นเหรอ
ลงชื่อเข้าใช้หน่อยจ้า ด้วย Facebook ก็ได้ ง่ายๆเอง





Home